Author: Melissa Baker

Home / Author: Melissa Baker

ศิลปะสำหรับคนวัยทำงาน

ชีวิตในวัยทำงานเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดันมากมาย ส่งผลทำให้จากชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันกลับกลายเป็นความเหนื่อยล้า หมดพลังกายและพลังใจแทน หากกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ถึงเวลาที่คุณต้องเติมพลังด้วยศิลปะแล้ว แต่ทำไมถึงต้องเป็นงานศิลปะ? เดี๋ยวจะพาไปทำความเข้าใจ

ทำไมศิลปะถึงเหมาะกับคนทำงาน

เหตุผลที่คนวัยทำงานต้องการงานศิลปะ นั่นเป็นเพราะศิลปะเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถรับมือกับความเครียดและความกดดัน ซึ่งการเสพงานศิลปะของแต่ละคนก็อาจได้เอฟเฟคหรือผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป เช่น บางคนเมื่อเสพงานศิลปะเยอะ ๆ เข้าเริ่มทำให้มีสมาธิและเมื่อมีสมาธิก็จะช่วยให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าสาเหตุของความเครียดหรือความกดดันที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่นั้น คือ อะไรและควรหาวิธีการแก้ไขแบบไหน หรือบางคนใช้งานหรือบางคนเสพศิลปะเพื่อเพิ่มสีสันให้กับชีวิตที่เต็มไปด้วยความน่าเบื่อ เพิ่มสีสันด้วยงานศิลปะหลากหลายแขนงหรือใช้เฉดสีหลายโทน (สีมีอิทธิพลต่อจิตวิทยา) การจะกลับมาร่าเริงแจ่มใสขึ้นได้อีกครั้งจึงไม่ใช่เรื่องยาก 

ยังไม่พอ! การเลือกการเลือกทำงานศิลปะยังถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการได้ปลดปล่อยอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองออกไปอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ทำร้ายคนอื่นอีกด้วย เช่น เวลารู้สึกว่าสภาวะอารมณ์ไม่คงที่ หยิบดินสอและกระดาษขึ้นมาขีด ๆ วาด ๆ เขียน ๆ หรือใครถนัดเขียนก็อาจเขียนความรู้สึก ณ ขณะนั้นของตัวเองลงไป เมื่อผ่านไปสักระยะความรู้สึกเริ่มกลับมาอยู่ในสภาวะปกติมากขึ้นและกลับไปดูผลงานของตัวเองคุณอาจไม่เชื่อว่ามีสาเหตุที่ทำให้อารมณ์ของคุณไม่มั่นคงซ่อนอยู่ในนั้นด้วย 

แจกไอเดียทำงานศิลปะ

เห็นภาพมากขึ้นแล้วใช่ไหมว่าทำไมคนทำงานอย่างเรา ๆ ถึงต้องการศิลปะ คราวนี้มาดูกันว่าเลือกทำงานศิลปะแบบไหนดี กรณีพบว่าการขีด ๆ เขียน ๆ หรือแค่การเขียนอะไรบางอย่างลงไปยังไม่พอหรือตอบโจทย์ความต้องการ 

  • ทำงานปั้น ปูนปลาสเตอร์หรือปั้นดินเหนียวก็ได้ 
  • ระบายสี ทำงานศิลปะด้วยการระบายสีไม่ยากเลยแค่ปริ้นภาพขาวดำหรือลายเส้น จากนั้นใช้สีละเลงลงไปตามต้องการ 
  • แต่งเพลง หากคิดว่าการเขียนความรู้สึกของตัวเองลงไปไม่ใช่ทางสักเท่าไหร่ เพิ่มความติสต์มากขึ้นหน่อยด้วยการแต่งเป็นเพลง อธิบายอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองไปเลย รับรองว่านอกจากจะผ่อนคลายมากขึ้นแล้วอาจได้เพลงดี ๆ มาไม่ต่ำกว่า 1 – 2 เพลงเลยทีเดียว 

และสุดท้ายอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกทำงานศิลปะแบบไหนก็ล้วนมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและอารมณ์ของคุณ ณ ขณะนั้นทั้งสิ้น รวมถึงไม่จำเป็นต้องพยายามกดดันตัวเองให้สร้างสรรค์ผลงานออกมาดี อย่าลืมว่าจุดมุ่งหมายของการทำงานศิลปะของคุณ คือ เพื่อปลดปล่อยอารมณ์และสร้างความผ่อนคลาย หากยิ่งกดดันอาจยิ่งทำให้เครียดมากขึ้นกว่าเดิม

ทำงานศิลปะ

ใคร ๆ ก็รู้สึกว่าชีวิตต้องเผชิญความยากลำบาก ทั้งความเครียดทั้งความกดดันจนยากจะเอาชนะได้ ถึงเวลาลองทำอะไรใหม่ ๆ ง่าย ๆ อย่างงานศิลปะกันแล้ว บอกเลยว่าไม่เพียงแค่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ แต่คุณยังได้ปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดของตัวเองอย่างเต็มที่ และได้รับกำลังใจกลับไปแบบเต็ม ๆ ด้วย 

ประโยชน์ของการทำงานศิลปะ

ก่อนจะเข้าสู่การหาไอเดียทำงานศิลปะมาดูประโยชน์การคร่าว ๆ ดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง ทำแล้วช่วยเราได้อย่างไร 

1. กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

การทำงานศิลปะนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบมาก ๆ แถมเรายังมีโอกาสได้ทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ทั้งผสมสี ทั้งสร้างสรรค์ผลงาน ทั้งแก้ไขปัญหา การเพิ่มทักษะความคิดสร้างสรรค์จึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย 

2. เพิ่มสีสันให้กับชีวิต 

การทำอะไรเดิม ๆ ในชีวิตประจำวันอาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อ ต้องเปลี่ยนมาเติมสีสันด้วยงานศิลปะ รับรองว่าชีวิตสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแน่นอน

3. ได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 

ไม่ต้องจมอยู่กับความเครียดหรือความกดดันนาน ๆ แถมยังสามารถนำผลงานไปใช้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นหรือสร้างรายได้ได้ด้วย

ทำงานศิลปะแบบไหนดีให้ไม่น่าเบื่อ

หากรู้สึกเบื่อการวาดรูป ระบายสี หรือทำงานศิลปะสุดเบสิคกันแล้ว มาลองดูแนวทางการทำงานศิลปะแบบใหม่ ๆ ดีกว่า

1. สติกเกอร์แทนใจ 

ใครจะไปรู้ว่าการทำสติกเกอร์เองก็เป็นหนึ่งในงานศิลปะเช่นเดียวกัน ดังนั้นลองสร้างคอลเลคชั่นหรือทำสติกเกอร์เป็นของตัวเองดู แล้วนำไปมอบให้กับคนพิเศษ รับรองว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คุณต้องมีในลิสต์

2. ทำที่คั่นหนังสือ 

ใครชอบงานศิลปะต้องลอง ไม่ต้องคิดด้วยนะว่าตัวเองมีข้อจำกัดอย่างการไม่ชอบอ่านหนังสือจะไม่สามารถทำได้ ทำที่คั่นหนังสือไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือนี้จริงไหม อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้เราได้สร้างสรรค์สิ่งอำนวยการในแบบของเราเอง ยิ่งหากทำได้ดีก็อาจมีประโยชน์กับคนอื่นด้วย เช่น เพื่อเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสพิเศษ

3. วาดมังงะด้วยกระดาษลอกลาย

ใครชอบมังงะหรือการ์ตูนญี่ปุ่นบอกเลยว่าห้ามพลาด ไม่จำเป็นต้องมีสกิลการวาดรูปด้วย แค่ใช้ตัวช่วยอย่างกระดาษลอกลายมาวางทับลงไปในมังงะแล้ววาดตามเท่านั้น ง่ายมาก ๆ 

ข้อควรรู้ก่อนทำงานศิลปะ 

การทำงานศิลปะสำหรับบางคนอาจเป็นเรื่องใหม่ ดังนั้นเพื่อให้มีความเข้าใจและสามารถใช้ศิลปะเพื่อฟื้นฟูจิตใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อควรรู้เพิ่มเติม ดังนี้

  • ต้องทำแล้วสนุกไม่กดดันเกินไป 
  • เน้นเลือกทำแบบที่ชอบ
  • อย่าเปรียบเทียบผลงานของตัวเองกับใคร 

และสุดท้ายหากพบว่างานศิลปะที่เราได้ลงมือทำยังไม่ถูก ใจไม่เป็นไรเลยยังมีงานอีกหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกทำ เช่น การอวยพร ร้อยลูกปัด ถักโครเชต์ ปั้นดินน้ำมัน เล่นบอร์ดเกม ทำวอลล์เปเปอร์ และอีกมากมาย อยากทำแบบไหนเลือกได้เลย ขอแค่สนุกและชอบก็พอ

หนังสือบังคับ

To Kill a Mockingbird หนังสือบังคับอ่านสำหรับนักเรียนมัธยมของระบบการศึกษาอเมริกันว่าด้วยเรื่องของการตีแผ่ประเด็นการเหยียดสีผิว ชาติพันธุ์ การข่มขืน ไปจนถึงอคติทางสังคมและการเลือกปฏิบัติ แต่บอกเล่าในมุมมองแบบเบาสบาย เข้าถึงง่าย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหนังสือที่ควรค่าแก่การอ่านอย่างยิ่ง

เรื่องย่อ 

To Kill a Mockingbird หรือชื่อไท ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านสาวน้อยจอมแก่นวัย 6 ขวบ (Scout) กับการเจอเรื่องราวสุดแปลกประหลาดเมื่อเพื่อนบ้านได้กลายเป็นคนดังชั่วข้ามคืนเพราะการตัดสินใจช่วยเหลือชายผิวสี ผู้ที่ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็นคนข่มขืนหญิงผิวขาวคนหนึ่ง (จุดเริ่มต้นของเรื่อง) จากนั้นเนื้อหาเกือบทั้งหมดคือการเล่าผ่านบันทึกของ Scout อีกที 

ประเด็นหลักในเรื่อง

นอกเหนือจากการพูดถึงประเด็นเรื่องการข่มขืนแล้วยังใส่เหตุการณ์สำคัญของสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกา 2 เหตุการณ์ คือ การสิ้นสุดสงครามกลางเมือง (ช่วง 1865 จุดจบของระบบทาสในภาคใต้) และการรณรงค์ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง (ช่วง 1954 – 1968) รวมถึงบอกเล่าปัญหาความขัดแย้งด้านการเลือกปฏิบัติ การกดขี่ชาวผิวดำ 

ไม่เพียงแค่นั้น To Kill a Mockingbird ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเอนเอียงของระบบยุติธรรมและศีลธรรมของคนที่มีส่วนในการบั่นทอนจิตใจของทั้งตัวละครในเรื่องและตัวผู้อ่านเองอีกด้วย

รีวิวจากนักอ่าน

มีอยู่ด้วยกันหลายความเห็นทั้งชอบและไม่ชอบ เช่น 

  • โดดเด่นด้านเทคนิคการเขียนที่สามารถทำให้ผู้อ่านเชื่อได้ว่า Scout เป็นเด็กจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวละคร อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอดการเติบโตของตัวละครได้อย่างชัดเจนและไม่ซับซ้อน
  • ได้รับครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่ตลก ซึ้งกินใจ ไปจนถึงดราม่า 
  • เนื้อหาส่วนใหญ่ค่อนข้างอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์และสะท้อนประเด็นปัญหาด้านการเอาเปรียบ การเหยียดสีผิว และประเด็นอื่น ๆ ผ่านสายตาของตัวละครเด็กไร้เดียงสา (เสริมให้เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยความสงสัยทั้งความสงสัยของตัวละครและความสงสัยของผู้อ่านเกี่ยวสถากาณ์ต่าง ๆ ) 
  • ประทับใจความแน่วแน่ของพ่อตัวละครหลักอย่าง Scout กับการเผชิญเรื่องราวร้าย ๆ มาสารพัด แต่เขากับสอนลูกให้มีความอ่อนโยนและมีจิตใจดีอยู่เสมอ
  • แต่บางคนอาจไม่ชอบเนื้อหาช่วงแรก ๆ เนื่องจากดำเนินเรื่องค่อนข้างยืด

สรุป

To Kill a Mockingbird เป็นหนังสือที่สามารถสะท้อนแนวคิดทัศนคติช่วงเหตุการณ์เกี่ยวกับสิทธิพลเมืองในสหรัฐอเมริกาและการรณรงค์ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองออกมาได้เป็นอย่างดี โดยอาศัยการเล่าผ่านมุมมองของเด็กสาววัย 6 ขวบ อีกทั้งยังใส่ประเด็นเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ ระบบยุติธรรมของประเทศ ศีลธรรมของผู้คน และประเด็นอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว เรียกได้ว่าใครกำลังตามหาหนังสือมีเรื่องต่าง ๆ ให้ขบคิดหรือตระหนักถึงความเท่าเทียมในฐานะมนุษย์พลาดไม่ได้

อุบลราชธานีเมื่อ 60 ปี ตอนที่ 3

เกริ่นกันมาเสียยืดยาว จากเรื่องอุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่มีความแห้งแล้งหรือเปล่าในยุคกึ่งพุทธกาล ซึ่งสรุปได้แล้วไม่จริงเพราะนายรำได้บันทึกข้อเท็จจริงต่างๆไว้ทั้งหหมด ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักสภาพความเป็นอยู่จริงๆของจังหวัดอุบลราชธานีกันอย่างแท้จริง ว่าอุบลราชธานีในยุคกึ่งพุทธกาลหรือ พ.ศ. 2500 นั้นมีหน้าตาอย่างไร ชาวอุบลราชธานีจะยากลำบากหรืออยู่สุขสบายลองไปติดตามในบทความนี้กัน

นายรำขึ้นต้นประโยคเมื่อเขาได้พบประสบการณ์ยุคกึ่งพุทธกาลในจังหวัดอุบลราชธานีไว้ว่า “ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกสนใจกับคำว่า “กึ่งพุทธกาล” เอาที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งๆที่เคยรู้สึกขบขันมาแล้วจากกรุงเทพฯ คำว่า “กึ่งพุทธกาล” สำหรับในส่วนภูมิภาคต่างจังหวัดนี้ ดูช่างเป็นคำขลังและศักดิ์สิทธิ์เสียเหลือเกิน ตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คือผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาจนถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยมักจะเร่งรัดทำงานอย่างขมักเขม้นด้วยคำว่ากึ่งพุทธกาลโดยถ้วนทั่วทุกตัวคน รู้สึกว่าการทำงานบริหารงานเกี่ยวกับทำนุบำรุงสภาพของจังหวัดก็ดี เกี่ยวกับการบำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรให้อยู่ดีกินดีเหล่านี้ก็ดีขึ้นอยู่กับคำว่ากึ่งพุทธกาลทั้งนั้น ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมักถูมือไปมาด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อพูดแก่ข้าพเจ้า “คอยดูชิคุณ ผังเมืองจังหวัดอุบล จะงดงามและเรียบร้อย ในกึ่งพุทธกาลนี้” เจ้าหน้าที่ฝ่ายการทางก็ว่า “ถนนสายใหม่จากจังหวัดอุบลที่ตัดตรงไป จังหวัดนครราชสีมา ก็จะต้องเรียบร้อยในกึ่งพุทธกาลเหมือนกัน” ข้าพเจ้าเป็นอาคันตุกะจากภาคกลาง มาเยือนภาคอิสานในฐานะผู้สังเกตการณ์ก็พลอยรับฟังสนุกสนานเป้นการเอิกเกริกคล้ายกับคนบ้าจี้ไปกับเขาด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะไม่เชื่อว่างานต่างๆ ของท่านข้าราชการดังกล่าวจะไม่เสร็จทันกำหนด “กึ่งพุทธกาล” ข้าพเจ้าเชื่อเต็มเปาว่าต้องสำเร็จแน่และได้ผลแน่”

จากประโยคของนายรำจะเห็นได้ว่ายุคกึ่งพุทธกาลนั้นเป็นช่วงเวลาสำคัญที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานีอย่างแท้จริง ที่นี้เราลองมาดูว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไรกันครับ นายรำจะได้ประสบพบเจออะไรบ้างในยุคกึ่งพุทธกาลที่เขาว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญกัน

“ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้พูดถึงการจัดผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานีใหม่ ซึ่งข้าพเจ้าก็ยินดีด้วย เพราะถนนโดยเฉพาะในตัวจังหวัดอุบลราชธานีก็คับแคบควรแก่การขยับขยายอยู่แล้ว นอกจากนี้ทางราชการยังได้วางโครงการสร้างทุ่งศรีเมืองอันกว้างขวางภายในจังหวัดให้เป็นสวนลุมพินีรมย์ของจังหวัดอุบลราชธานีฯด้วย การปลูกต้นไม้ ไม้ดอกและขุดสระน้ำสำหรับข้าราชการและประชาชนได้พักผ่อนและได้เที่ยวเตร่หย่อนใจ การสร้างสะพานข้ามลำน้ำมูลจากอำเภอวารินถึงตัวจังหวัด อันเป็นศรีสง่าแก่ภาคอีสาน เพราะเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่ยาวที่สุดของประเทศ (ในเวลานั้น) …”

จะเห็นได้ว่าอุบลราชธานีในยุคกึ่งพุทธกาลกำลังเติบโตขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ เมืองแห่งนี้กำลังกลายเป็นเมืองใหญ่ที่มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจคล้ายกับกรุงเทพฯ ทั้งยังมีสะพานที่ยาวที่สุดตั้งอยู่เชื่อมระหว่างฝั่งวารินกับตัวเมืองเข้าด้วยกัน สิ่งที่นายรำได้ประสบจึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าอุบลราชธานีในห้วง พ.ศ.2500 กำลังรุกหน้าไปอย่างมาก

งานจิตรกรรม

จิตรกรรมเป็นงานด้านวิจิตรศิลป์ที่มีความสวยงามและส่งผลต่อความรู้สึกทางจิตใจ อารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือจิตรกรรมก็สร้างรูปลักษณ์ที่สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชมงานศิลปะภาพวาดที่สร้างสรรค์โดยจิตรกรที่มีฝีมือ ในบทความจะมากล่าวถึงงานจิตกรรมว่ามีคุณค่าและลักษณะของการสร้างสรรค์ผลงานภาพวาดเป็นอย่างไรบ้าง

งานจิตรกรรม มีลักษณะของงานที่สร้างสรรค์อย่างไร

จิตรกรรมเป็นงานเขียนหรือจิตรกรรมที่สื่อถึงความงามที่สร้างขึ้นบนระนาบสองมิติที่ใช้เครื่องมือต่างๆ ที่หลากหลาย งานจิตรกรรมมีหลายรูปแบบ แบ่งออกได้เป็น 8 ประเภท ดังนี้

  • ภาพสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง สัตว์ประเภทไหนก็ตามเมื่อได้เห็นก็สามารถสื่อออกมาทางภาพวาดได้
  • ภาพการดำเนินชีวิตของมนุษย์
  • ภาพในจินตนาการ
  • ภาพหุ่นที่อยู่ในอิริยาบถต่าง ๆ โดยไม่มีการขยับแต่อย่างใด
  • ภาพบุคคลและภาพเหมือน
  • ภาพทางศาสนา
  • ภาพนามธรรม
  • ภาพทิวทัศน์ของอาคารและภาพทิวทัศน์ทางบก

งานจิตรกรรมหรือการวาดภาพ มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง

องค์ประกอบสำคัญของการวาดภาพซึ่งเป็นงานจิตรกรรมที่สร้างสรรค์และถ่ายทอดถึงความรู้สึก อารมณ์ ความสวยงามนั้น สามารถกล่าวได้ดังนี้

  • สื่อที่ใช้รองรับขณะวาด เช่น ผนัง ผ้า กระดาษ
  • คนที่สร้างสรรค์ผลงานซึ่งก็คือจิตรกร
  • สี เป็นสื่อที่แสดงถึงเรื่องราวและเนื้อหาของงาน

คุณค่าของงานจิตรกรรม คืออะไร

คุณค่าของภาพวาดที่สร้างขึ้นจะเป็นผลงานที่แสดงถึงจิตวิญญาณของชาติ ศิลปินทุกคนควรได้รับความรู้ที่กว้างขวางเพื่อแสดงผลงานและสื่อถึงความคิดของตนให้ดี ซึ่งคุณค่าของงานนั้น จะกล่าวได้ดังต่อไปนี้

  • ประโยชน์ใช้สอย

– เป็นส่วนประกอบของศิลปะประยุกต์

– เป็นอาชีพที่มั่นคง

– เป็นพื้นฐานสำหรับงานออกแบบ

– เป็นศิลปะที่มาจากภายใน

  • คุณค่าทางจิตใจ

– ยกระดับจิตใจให้ละเอียดอ่อนและประณีตมากขึ้น จากคนที่ใจร้อน ก็เปลี่ยนมาเป็นคนที่สงบ นิ่ง ไม่รีบร้อน

– มีความจรรโลงด้านศาสนา

– สัมผัสและถ่ายทอดอารมณ์จากข้างในในสู่ข้างนอก

– ผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเศร้าและความเครียดที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบในชีวิตประจำวันหรืองานที่สร้างความกดดัน

  • คุณค่าทางปัญญาและความคิด

– เป็นสื่อที่ใช้ในการค้นคว้าและศึกษาศิลปะ

– เป็นการพัฒนาที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้สร้างผลงานซึ่งก็คือจิตรกร

– เพื่อสื่อสารและถ่ายทอดสติปัญญาและความคิด

จะเห็นได้ว่าการวาดภาพหรืองานจิตรกรรมเป็นงานศิลปะทางวิจิตรศิลป์ ถูกสร้างขึ้นโดยจิตรกรที่ถ่ายทอดความรู้สึกทางจิตใจและอารมณ์ผ่านภาพวาด รูปภาพทั้งหมดสื่อถึงเรื่องราว ความรู้สึก อารมณ์ และความคิดที่ไม่เหมือนกัน ที่สำคัญภาพเขียนยังสื่อถึงจิตใจของคนในชาติอีกด้วย ดังนั้นศิลปินที่เป็นจิตรกรควรตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดี ๆ มีคุณภาพ

ประกัน 3 ราคา

เมื่อคุณกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกซื้อรูปแบบประกัน 3 พลัสหรือรูปแบบประกัน 3 ราคาถูกดีวันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้ลองเข้าไปทำความรู้จักกับรูปแบบประกันทั้ง 2 ประเภทเผื่อว่ามันจะเป็นแนวทางในการตัดสินใจเลือกซื้อรูปแบบประกัน 3 ราคาถูกให้กับคุณได้ง่ายมากขึ้น แต่ถ้าคุณเข้ามาเลือกซื้อประกัน 3 ราคาถูกหรือรูปแบบประกัน 3 พลัสกับเว็บรู้ใจของเราเรายังมีบริการเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันที่จะช่วยทำให้คุณประหยัดเงินในการเลือกซื้อความคุ้มครองเหล่านี้ได้มากขึ้นด้วยหากคุณไม่อยากทราบสิทธิพิเศษดีๆโอกาสดีๆเหล่านี้เข้ามาทำความรู้จักและเลือกซื้อรูปแบบประกันจัดส่งพร้อมกับเราได้เลย หรือหากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเลือกซื้อประกัน 3 ราคาถูกและประกัน 3 พลัสเราก็มีทีมงานคุณภาพที่จะคอยให้คำแนะนำในการเลือกซื้อประกันสำหรับคุณ 

เลือกซื้อรูปแบบประกันไหนดีระหว่างประกัน 3 ราคาถูกและประกัน 3 พลัส

สำหรับประกัน 3 พลัสและประกัน 3 ราคาถูกถือว่าเป็นรูปแบบประกันที่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากหากคุณกำลังลังเลใจว่าจะเลือกซื้อรูปแบบประกันไหนดี วันนี้เราจะมาช่วยทำให้คุณตัดสินใจเลือกซื้อรูปแบบประกันได้เหมาะกับความต้องการเหมาะกับการใช้งานของคุณได้มากขึ้น

ถ้าคุณต้องการเลือกซื้อประกัน 3 ราคาถูกแน่นอนว่าคุณจะไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงเพราะรูปแบบประกัน 3 ราคาประหยัดนี้เป็นรูปแบบประกันที่ราคาถูกที่สุดยิ่งถ้าคุณเข้ามาเลือกซื้อที่เว็บรู้ใจด้วยแล้วก็จะยิ่งทำให้คุณประหยัดเงินในการเลือกซื้อความคุ้มครองได้มากขึ้นกว่าเดิมเพราะเรามีบริการเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันที่ช่วยทำให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ต้องการได้ในราคาที่ถูกลงกว่าเดิมดังนั้นหากคุณสนใจที่จะเลือกซื้อความคุ้มครองประกัน 3 ราคาถูกไปให้ความคุ้มครองกับรถที่มีอายุการใช้งานสูงหรือรถที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานานแต่อยากมีความคุ้มครองติดไว้ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างดีแล้ว

สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกซื้อประกัน 3 พลัสดีหรือไม่แน่นอนว่าลักษณะรถยนต์ที่ควรซื้อประกัน 3 พลัสก็มีคล้ายคลึงกับประกัน 3 ราคาถูกแต่จะเพิ่มรูปแบบความคุ้มครองมาในส่วนของผู้เอาประกันด้วยทำให้รถพ่วงประกันไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงหรือความเสียหายเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันหรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา

หากคุณต้องการเลือกซื้อรูปแบบประกันใดก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บรู้ใจไม่ว่าจะเป็นประกัน 3ราคาถูกหรือรูปแบบประกัน 3 พลัสเราพร้อมให้คำแนะนำและช่วยคุณเลือกซื้อรูปแบบประกันได้อย่างตรงกับความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

บริษัท recruitment

ถามจริงๆ เถอะค่ะ นี่มันยุคไหนสมัยไหนกันแล้ว การแต่งตัวด้วยชุดสูทอันสุดแสนจะร้อนเดินออกไปหางาน ติดต่อประชาสัมพันธ์ ขอขึ้นไปพูดคุยสัมภาษณ์มันแทบไม่มีหลงเหลืออยู่แล้วในปัจจุบันนี้ ไหนจะการต่อรองเรื่องเงินเดือนเอย สวัสดิการต่างๆ เอย คนอย่างเราๆ จะไปต่อรองกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร จริงไหม และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เรานำมาฝากกัน ว่าทำไมการใช้ บริษัท recruitment ถึงดีกว่าเดินไปหางานเอง!

Recruitment agency



การใช้ บริษัท recruitment ทำไมถึงดีกว่าเดินไปหางานเองนะ ?

• ฝากประวัติแค่ครั้งเดียว บริษัท recruitment ก็สามารถกระจายส่งโปรไฟล์ของผู้สมัครไปยังบริษัทต้นสังกัดได้หลายร้อยบริษัทในครั้งเดียว แถมยังคัดเลือกตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้อีกด้วย ดีสุดๆ ไปเลย

• บริษัท recruitment จะสามารถต่อรองกับทางบริษัทต้นสังกัดในกรณีต่างๆ ได้ อาทิ ในส่วนของเงินเดือน บริษัท recruitmentจะเรียกในอัตราที่เหมาะสมกับความสามารถของผู้สมัคร โดยบริษัท recruitment จะทราบว่าสามารถเรียกเงินเดือนให้แก่ผู้สมัครได้สูงสุดที่เท่าไหร่ (ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของทั้งสองฝ่ายด้วย นั่นก็คือ ฝ่ายผู้สมัครและฝ่ายบริษัทต้นสังกัด)

• บริษัท recruitment มีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สมัครในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งสามารถให้คำแนะนำที่ดีให้แก่ผู้สมัคร ก่อนการสัมภาษณ์และการเริ่มงานจริง

• บริษัท recruitment จะติดต่อประสานงานกับ HR บริษัทโดยตรง ซึ่งทำให้คุณสามารถคุยเจรจาต่อรองเหตุผลต่างๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา

• บริษัท recruitment จะไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ กับผู้สมัคร เนื่องจากบริษัท recruitment จะไปเรียกเก็บกับทางบริษัทต้นสังกัดเองโดยตรง โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินเดือนของผู้สมัครเลยสักนิดเดียว

ทั้งนี้ บริษัท recruitment ยังช่วยแบ่งเบาภาระให้แก่ HR บริษัทอีกด้วย ทั้งในเรื่องของการคัดกรองผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงความต้องการมาให้ก่อนแล้ว ทำให้ช่วยประหยัดเวลาในการหาพนักงานของ HR บริษัท ซึ่งส่งผลให้ HR บริษัทสามารถทำงานได้สะดวกรวดเร็วขึ้นอีกด้วย

และนี่คือข้อดีทั้ง 6 ข้อของการใช้บริษัท recruitment ในการหางาน แหม สะดวกสบายแบบนี้ จะไม่ไปใช้บริการได้อย่างไร จริงไหมล่ะ

Source : https://www.reeracoen.co.th/th/services/permanent_recruitment

Pepper Lunch

หากคุณเป็นคนที่กำลังมองหาร้านอาหารที่ปรุงอาหารสดใหม่ เหมือนขึ้นมาจากเตาร้อน ๆ แต่สามารถเสิร์ฟอย่างว่องไว เหมาะสมกับชีวิตที่ค่อนข้างเร่งด่วนของคุณ เราขอแนะนำให้รู้จักกับร้านอาหารที่น่าสนใจอย่าง Pepper Lunch ร้านสเต็กจานร้อน ที่ทำให้คุณสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารสไตล์ญี่ปุ่นได้ในราคาที่โดนใจ

ร้านอาหาร Pepper Lunch

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักร้านอาหาร Pepper Lunch กันก่อน โดยร้านนี้เขาจะเน้นเสิร์ฟสเต็กเนื้อพรีเมียมนำเข้าจากออสเตรเลีย ยังมีเนยหอมอร่อยสูตรพิเศษวางบนเนื้อเพื่อเพิ่มเติมความอร่อยมากยิ่งขึ้น จัดจานพร้อมผักและท้อปปิ้งมากมายให้ได้เลือกสรรค์ นอกจากนั้นการเสิร์ฟของเขายังมีความพิเศษอีกอย่างหนึ่งก็คือเสิร์ฟบนจานร้อน ที่จะสามารถทำให้เนื้อสุกหลังจากที่มาเสิร์ฟตรงหน้าเรา เรียกได้ว่าสดใหม่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถเลือกระดับความสุกได้เองตามใจชอบอีกด้วย

ในส่วนของประวัติของร้าน Pepper Lunch นั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยนายคูนิโอ อิชิโนเซะ เชฟร้านอาหารหรูในโตเกียว หลังจากที่ทำอาชีพเชฟหลายปี เขาได้ตัดสินใจเปิดร้านสเต็กและได้นำเอาไอเดียจานร้อนมาใช้เป็นจุดเด่นในการเสิร์ฟอาหารของเขา โดยจานร้อนนี้ทำจาก Electromagnetic มีความสามารถในการทำความร้อนให้อุณหภูมิสูงสุดถึง 260 องศา โดยใช้เวลาเพียงเวลา 70 วินาที ทำให้อาหารสุกได้อย่างทั่วถึงในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังจากเสิร์ฟ นอกจากนั้นตัวเตายังคงอุณหภูมิ 80 องศา ได้ต่อไปอีกถึง 20 นาที จึงทำให้อาหารอุ่นอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งลูกค้าทานเสร็จ ถือเป็นนวัตกรรมยอดเยี่ยมและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลารวดเร็ว ส่งผลให้ร้านนี้สามารถขยายสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ถึง 200 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น และขยายไปยังประเทศอื่นทั่วเอเชีย

ในส่วนของ Pepper Lunch ประเทศไทยนั้นจะอยู่ภายในเครือของบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (CRG) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ ตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล คอมมูนี้มอลล์ชั้นนำและจุดชุมชนต่าง ๆ สามารถหารับประทานได้ไม่ยาก แถมยังอร่อยมากอีกด้วย

เมนูของร้านที่ได้รับความนิยมก็มีอยู่ด้วยกันหลายเมนูด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเมนูข้าวเปปเปอร์หมู ข้าวเปปเปอร์เนื้อ ข้าวชีสซี่ออมเล็ต สุกี้ยากี้ไก่ รวมถึงเครื่องเคียงต่าง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นซุปมิโซะ สลัดและมันบด ยกทัพกันมาพร้อมโปรโมชั่นที่หลากหลาย เรียกได้ว่าหากตัดสินใจทานแล้วจะได้ทั้งความอิ่ม อร่อย และคุ้มค่ากลับไปอย่างแน่นอน

Pepper Lunch ถือเป็นร้านอาหารที่สามารถหาทานได้ง่าย มีรสชาติที่อร่อยคงที่ทุก ๆ สาขา จึงไม่แปลกที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถทานได้ทุกเพศทุกวัยจริง ๆ ดังนั้นหากคุณยังไม่เคยลองทาน ขอบอกว่าต้องลองจริง ๆ รับรองว่าจะติดใจและไม่แน่ว่าคุณอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งลูกค้าประจำของร้านก็เป็นได้

ของเล่นเสริมทักษะ

ของเล่นเสริมทักษะ

หรือปัจจุบันนี้คุณแม่หลายๆคน อาจจะกำลังคาดหวังและมองหาสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณลูกหรือเจ้าตัวน้อยของคุณ เพื่อให้เติบโตขึ้นมามีทักษะและพัฒนาการที่ดีสมวัยมากที่สุด ดังนั้นการเลี้ยงดู ด้วยการป้อนข้าวป้อนน้ำ ส่งเข้าโรงเรียนตามปกติอาจจะไม่ใช่เรื่องที่เพียงพออีกต่อไป แต่การเสริมทักษะ เป็นสิ่งที่จำเป็น ที่จะต้องให้เพิ่ม นอกเหนือจากการเรียนตามตำราในห้องเรียนของเล่นเสริมทักษะสำหรับเด็กในช่วงวัย 3 ขวบ ขึ้นไปเป็นช่วงวัยที่กำลังพอเหมาะพอควร เด็กกำลังเรียนรู้ได้ดีจากช่วงวัยนี้ ดังนั้นวันนี้มาดูกันว่า คุณแม่ควรจะเสริมทักษะด้านใดให้ลูกบ้างและแต่ละด้านนั้นควรใช้ของเล่นประเภทใด

การเสริมทักษะด้านการแยกแยะ

เด็กในช่วงวัย 3 ขวบกำลังเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ เด็กกำลังจะเริ่มเข้าใจภาษาและเริ่มพูดรู้เรื่องมากขึ้นช่วงวัยนี้กำลังอยากรู้อยากเห็นว่าสิ่งต่างๆรอบตัวคืออะไรรูปทรงเป็นอย่างไรสิ่งนี้เรียกว่าอะไร นี่คือคำถามสำหรับเด็ก 3 ขวบ ดังนั้นอะไรก็ตามที่อยู่รอบตัวลูกน้อยของคุณจะสนใจไปซะหมด ของเล่นเสริมพัฒนาการ เสริมทักษะในช่วงนี้ ควรจะเป็นของเล่นที่หยิบจับสัมผัสแล้วรู้สึกแยกแยะได้เช่น เลโก้ หรือบล็อกไม้รูปทรงต่างๆ รวมถึงของเล่นที่สัมผัสแล้วให้สามารถแยกแยะความรู้สึกได้เช่น ของเล่นที่มีผิวสัมผัสนุ่ม ตุ๊กตา ตุ๊กตาขนฟู ตุ๊กตาไม้ เป็นต้น 

ของเล่นเสริมทักษะด้านการมองเห็น 

อีกสิ่งหนึ่งที่เด็กในช่วงวัย 3 ขวบ เริ่มเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นคือการมองเห็นสีสันและรูปร่างต่างๆพร้อมกับคำถามและข้อสงสัย เด็กในช่วงวัยนี้ควรได้รับ การป้อนสารจากคุณแม่ผู้ปกครองคือผู้ที่เลี้ยงดูให้เด็กได้รับรู้หรือเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องสีสันต่างๆ เช่น  สีนี้เรียกว่าสีเหลือง อันนี้เรียกว่าสีแดง โดย สามารถใช้สิ่งของที่มีอยู่รอบตัวที่มีสีสันต่างๆ หรือบัตรคำรูปผลไม้ที่เข้าใจได้ง่ายๆคุณจะสามารถสื่อสารกับลูก ได้ทั้งเรื่องของสีสัน และให้ลูกได้เรียนรู้เรื่องผลไม้ต่างๆไปด้วยในตัว  ซึ่งในช่วงของวัย 3 ขวบนั้นสามารถรู้เรื่องแล้วว่าอะไรคือผลไม้ชื่อใดเด็กมีความสามารถและมีพัฒนาการที่ดีพอที่จะเรียนรู้และจำชื่อรวมถึงรูปลักษณ์ของผลไม้ต่างๆได้ดีมากขึ้นในช่วงวัยนี้ 

การใช้อุปกรณ์ของเล่นที่มีในบ้าน  หรือการซื้อหาอุปกรณ์  และของเล่นต่างๆ จึงควรคำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัยและประโยชน์ที่จะได้รับให้มากที่สุดทั้งนี้ เพื่อเสริมทักษะและพัฒนาการให้กับลูกน้อยในช่วงวัยนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะมันจะทำให้ลูกของคุณมีพัฒนาการการเรียนรู้แยกแยะและจดจำ ซึ่งเป็นพื้นฐานอันสำคัญในการดำเนินชีวิตและในการเรียนต่อไปในอนาคตได้ดีนั่นเอง 

Healthy Breakfast

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง แน่นอนว่าอาหารแต่ละมื้อต้องผ่านการคัดสรรเป็นอย่างดีเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายจะได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุดที่ร่างกายขาดไม่ได้ อีกทั้งยังมีการวิจัยออกมาแล้วว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ได้รับประทานอาหารเช้าอีกด้วย และบทความนี้เราขอเอาใจผู้ที่ยังไม่มีไอเดียการทำอาหารมื้อเช้าด้วย 8 เมนูอาหารเช้าแคลอรี่น้อยที่จัดมาให้เพื่อคุณที่ต้องการหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มโดยเฉพาะ

น้ำเต้าหู้หวานน้อย

เมนูสุดคลาสสิกสำหรับเริ่มต้นวันใหม่อย่างเบา ๆ โดยการเติมโปรตีนให้แก่ร่างกายด้วยน้ำเต้าหู้สูตรหวานน้อยสักแก้ว หรือหากใครที่กลัวไม่อิ่มแนะนำให้เพิ่มเม็ดแมงลักที่จะช่วยให้อยู่ท้องได้นานยิ่งขึ้น

สลัดโรล

สำหรับเมนูนี้หากไม่สะดวกทำเองสามารถหาซื้อได้ เพราะสลัดโรลกลายเป็นเมนูยอดนิยมที่หาซื้อง่าย รับประทานสะดวก เหมาะกับการพกพา นับเป็นเมนูอาหารเช้าที่ช่วยให้อิ่มนาน ไฟเบอร์สูง แต่แคลอรี่ต่ำ ที่สำคัญอย่าลืมเลือกน้ำสลัดที่ไม่อ้วนหรือน้ำสลัดคลีนเพื่อสุขภาพที่ดีด้วย

แซนวิชโฮลวีต

เมนูง่าย ๆ ทำได้ที่บ้าน อีกทั้งยังประหยัดเวลา เพียงมีขนมปังโฮลวีต ผัก มะเขือเทศ หรือหากใครต้องการเพิ่มรสชาติ เพิ่มโปรตีน ก็สามารถเพิ่มทูน่าลงไปได้ เพียงเท่านี้ก็อยู่ท้องไปได้อีกนาน

ผลไม้และโยเกิร์ตไขมันต่ำ

อีกหนึ่งเมนูอาหารเช้าที่ประหยัดเวลาแบบสุด ๆ เพียงมีโยเกิร์ตไขมันต่ำและเลือกใส่ผลไม้ชิ้นโปรดที่หั่นไว้เป็นชิ้นพอดีคำลงไป แนะนำให้เป็นผลไม้แคลอรี่ต่ำ อาทิ แตงโม แอปเปิล หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เพื่อหุ่นสวยฟิตสุขภาพดี

โจ๊กข้าวโอ๊ต

เมนูสุขภาพที่ทำตามได้ง่ายและใช้เวลาไม่นาน เพียงต้มน้ำและใส่ข้าวโอ๊ตลงไป ตามด้วยเนื้อสัตว์ไม่ติดมันและผักที่ชอบ จากนั้นก็ถึงขั้นตอนปรุงรสตามใจชอบ เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย เพิ่มพลังยามเช้าได้ดีสุด ๆ

อะโวคาโดบด เสิร์ฟพร้อมขนมปังปิ้ง

อะโวคาโด สุดยอดผลไม้ลดน้ำหนักที่มาพร้อมหลากหลายสรรพคุณที่เป็นประโยชน์แก่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณ สารต้านอนุมูลอิสระ โปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตต่ำ และเป็นไขมันดีที่มีประโยชน์ในการลดไขมันในเลือด ด้านขนมปังปิ้งแนะนำให้ใช้ขนมปังโฮลวีตจะยิ่งดีต่อสุขภาพ โดยเมนูนี้นับเป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะอย่างยิ่งในวันเร่งรีบของทุกคน

ขนมปังโฮลวีตและผลไม้ลดน้ำหนัก

เติมเต็มมื้อเช้าให้สมบูรณ์ด้วยขนมปังโฮลวีตสักชิ้นปาดด้วยเนยถั่วรสชาติเยี่ยมที่ทำง่ายแถมรสชาติอร่อย โดยเนยถั่วมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย ช่วยบำรุงสุขภาพ ไฟเบอร์สูง อุดมด้วยไขมันดี โพแทสเซียมสูง และเป็นตัวช่วยที่ดีในการลดน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยให้คุณอิ่มท้องได้นานขึ้นอีกด้วย

ข้าวกล้องผัดใส่อกไก่นึ่ง

สำหรับใครที่ชอบรับประทานข้าวสวยร้อน ๆ ในมื้อเช้า ขอแนะนำเมนูที่ทำง่ายและดีต่อสุขภาพ ความสำคัญของเมนูนี้คือการเปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสีชนิดอื่น โดยข้าวไม่ขัดสีนอกจากจะมีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายแล้วยังช่วยให้อิ่มนานขึ้น ส่วนอกไก่นั้นคือแหล่งพลังงานและให้โปรตีนสูง วิธีทำก็แสนง่าย เพราะคล้ายการทำข้าวผัด นั่นคือ การใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวแทนการใช้น้ำมันพืชและน้ำมันหมู จากนั้นให้นำข้าวกล้องผัดรวมกับอกไก่ตามด้วยผักและปรุงรสที่ชื่นชอบ แม้จะเป็นมื้อเช้าแบบง่าย ๆ แต่กลับให้พลังอย่างเต็มเปี่ยม

จะเห็นได้ว่าทั้ง 8 เมนูอาหารเช้าสามารถทำตามได้ง่าย มีขั้นตอนการทำที่ไม่ยุ่งยาก และยังให้ผลลัพธ์เป็นร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี เพราะแต่ละเมนูแคลอรี่น้อยแต่มากด้วยสารอาหาร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการดูแลรูปร่าง อีกทั้งยังประหยัดเวลาในช่วงเช้าที่แสนเร่งรีบ

ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน  9.9 แคมเปญใหญ่เอาใจนักชอปแบบจัดหนักจัดเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/99